วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2552

Wat Hua Wiang

codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=9,0,28,0" allowScriptAccess="never" allowNetworking="internal">
Free website - Wix.com

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

โครงการฟื้นฟูชีววิถีและวัฒนธรรม

"วิถีพอเพียง ผูกพัน แบ่งปัน ชุมชน คน น้ำ ป่า"

กล่าวนำ

สภาพภูมิประเทศของประเทศไทยทางภาคเหนือตอนบนเป็นภูเขาสูง เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีป่าไม้ทำหน้าที่เก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และมีชุมชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จากการเพิ่มขึ้นของประชากร มีการใช้พื้นที่ป่าในการทำประโยชน์เพื่อการเพาะปลูกและอยู่อาศัย แต่ในขณะที่พื้นที่ป่าลดลงไปเรื่อยๆมีผลทำให้พื้นที่ป่าเก็บน้ำได้น้อยลง ฉะนั้นเราจึงต้องรักษาป่าและมีการพัฒนาให้ชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นจึงต้องพัฒนาทั้งคนและป่าควบคู่กันไป เป็นการพัฒนาอย่างสอดคล้องในหลักการที่ว่า ให้คนได้อาศัยอยู่ร่วมกับป่าโดยไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่า มีอาหารเพียงพอต่อการบริโภคภายใต้การพัฒนาคนและป่าอย่างยั่งยืน

ระบบนิเวศน์นั้น ประกอบด้วยป่า พืช สัตว์และคน ทำอย่างไรให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างมีความสุข เดินเข้าป่าแล้วสามารถเก็บพืช ผักมาเป็นอาหารได้ สัตว์อยู่ในป่าก็อาศัยผลไม้และพืชผักได้ การอนุรักษ์พัฒนาป่าไม้แหล่งตนน้ำลำธารเพื่อเป็นแหล่งที่อยู่ ซึ่งเป็นการอยู่ร่วมกันได้ระหว่างคน, สัตว์และป่าโดยที่มีการพึ่งพาอาศัยกัน และเพื่อไปสู่การพัฒนาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันได้แก่ป่าไม้ แหล่งต้นน้ำลำธาร รวมทั้งการอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้คือพื้นฐานแห่งวิถีคนไทย ปัจจัยสำคัญประกอบด้วย ป่าไม้ แหล่งน้ำ และชุมชน หากสามารถนำสิ่งเหล่านี้มารวมผสมผสานกัน โดยจัดแหล่งน้ำให้สมบูรณ์ ปลูกป่าอย่างถูกวิธี หรืออนุรักษ์ป่าไม้อย่างถูกวิธี มีการจัดที่ดินทำกินอย่างเป็นสัดส่วน ย่อมจะก่อให้เกิดแหล่งชุมชนที่มีการพึ่งพาอาศัยและอยู่ร่วมกันได้ระหว่าง คน สัตว์ และป่า ได้อย่างลงตัว

ความพอเพียง หมายถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผลรวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลง ทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอนและขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคน ให้มีความสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียรมีสติปัญญาและรอบคอบ เพื่อให้สมดุลย์และพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี

โครงการฟื้นฟูชีววิถีและวัฒนธรรม

ลักษณะองค์กร

โครงการฟื้นฟูชีววิถีและวัฒนธรรม เป็นโครงการที่ให้การสนับสนุน หาแหล่งทุน และช่วยเหลือชุมชนผู้ด้อยโอกาส เน้นการพัฒนาและเสริมขีดความสามารถองค์กรชุมชนตามปรัชญาการพัฒนาอย่างยั่งยืน และใช้กระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วมเป็นหลักสำคัญ

ปรัชญาองค์กร

1. ทำงานโดยใช้กระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม

2. เคารพในวัฒนธรรมของชุมชน

3. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชน

4. เน้นการพัฒนาคนแบบองค์รวมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์

1. เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รักษาสิ่งแวดล้อม และรักษาระบบนิเวศน์โดยชุมชนแบบมีส่วนร่วม

2. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่นทุกระดับ

3. เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือ และส่งเสริมศักยภาพของกลุ่มคนและชุมชนผู้ด้อยโอกาส ทั้งในชนบทและเมือง

4. เพื่อศึกษา วิจัย และส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาทางเลือกที่เหมาะสมต่อการแก้ไขและพัฒนาสังคม

5. เพื่อส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ลักษณะงานและพื้นที่ดำเนินโครงการ

1. งานด้านการส่งเสริมองค์กรชุมชน เพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมาย คือหมู่บ้านลีซอกุงป่าตึง (บ้านกุงไม้สัก) ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่สอดคล้องกับการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เป็นการสร้างความสมดุลย์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูวัฒนธรรมและสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชน ได้แก่...

- งานด้านการส่งเสริมเกษตรกรรมทางเลือก เน้นการฝึกอบรมเกษตรกรในการใช้สารชีวภาพทดแทนการใช้สารเคมี การทัศนศึกษาแก่กลุ่มเกษตรกร การจัดเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้/ประสบการณ์ในการทำเกษตรพอเพียง เป็นต้น

- งานด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน

2. งานส่งเสริมกระบวนการพัฒนาประชาสังคม เป็นงานที่มุ่งส่งเสริมและประสานให้กลุ่มองค์กรชุมชนต่างๆได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความรู้/ความคิดเห็นระหว่างกัน ก่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันเพื่อนำไปสู่การร่วมมือกันในรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีลักษณะพิเศษตรงที่มีความหลากหลายทั้งในด้านภูมิศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม กล่างคือ หลากหลายทั้งทางชีวภาพ และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ประกอบกับในปัจจุบัน ได้เกิดกลุ่มประชาสังคมด้านต่างๆเกิดขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างโอกาสให้กลุ่มต่างๆ เหล่านี้ได้มีเวทีเสนอทัศนะของกลุ่มตนต่อกลุ่มอื่นๆ เพื่อที่จะได้เข้าใจความต่างและแสวงหาความเหมือน นำสู่การกำหนดแนวทาง นโยบายและแผนพัฒนาท้องถิ่น บนพื้รฐานของความรู้และความเข้าใจระหว่างกันและกันมากขึ้น เช่นศูนย์การเรียรรู้ชุมชน โดยใช้ Greenwood Garden เป็นพื้นที่ดำเนินการ

3. งานพัฒนาเด็กและเยาวชน เป็นงานที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเข้าร่วมในกระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้โดยสร้างโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และรับการสืบทอดสิ่งที่ดีงามจากผู้ใหญ่ ทั้งในด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ตลอดจนการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ระหว่างกัน ผ่านการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น ค่ายเยาวชนสิ่งแวดล้อม ค่ายการรณรงค์ด้านประชาธิปไตย การรณรงค์เพื่อรักษาแหล่งน้ำ เป็นต้น

ท่านสามารถช่วยโครงการเราได้อย่างไร...

โครงการฟื้นฟูชีววิถีและวัฒนธรรม เป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร ทำหน้าที่จัดหาทุน และสนับสนุนจากส่วนต่างๆ เพื่อสนับสนุนในการดำเนินกิจกรรมของโครงการต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จ ท่านสามารถสนับสนุนโครงการฯในด้านใดก็ได้ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเงินทุนเสมอไป อาจจะเป็นในด้านการแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ประสบการณ์การทำงาน กำลังกายในการช่วยดำเนินกิจกรรมโครงการฯ เราเปิดกว้างให้ท่านสามารถช่วยเหลือเราได้ทุกๆด้าน ถ้าท่านเห็นว่าโครงการฯของเรามีประโยชน์ต่อส่วนรวม

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2552

7 Greens Concept ท่องเที่ยวสดใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

"ท่องเที่ยวไทยจะไปทางไหน ในวันที่โลกร้อน"
ตราบใดที่เรายังต้องการเดินทางเพื่อท่องเที่ยว แต่โลกก็ยังร้อนขึ้นทุกวัน เราจึงต้อง "ลงมือทำ" เพื่อแก้ปัญหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันให้คลี่คลายลง เราจึงเชื้อเชิญให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันทำวันนี้...เพื่อให้วันพรุ่งนี้ดีขึ้น

7 Greens Concept จึงเป็นแนวคิดการท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายให้เกิดอนาคตของการท่องเที่ยวใหม่ที่ "ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" โดยต้องการให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวพร้อมกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

Green Heart หัวใจสีเขียว
ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มีทัศนคติ ความรู้สึกนึกคิด การรับรู้ และตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมและภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อนที่มีต่อการท่องเที่ยว พร้อมมีการปฏิบัติเพื่อป้องกันรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยความรู้ ความเข้าใจ และวิธีการที่ถูกต้องและเหมาะสม
Who: ทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
How: ตระหนักและระมัดระวังผลกระทบที่จะตามมาทุกครั้งที่ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

Green Logistics รูปแบบการเดินทางสีเขียว
วิธีการเดินทางและรูปแบบการให้บริการในระบบการคมนาคมหรือการขนส่งทางการท่องเที่ยวจากแหล่งพำนัก/อาศัยไปยังแหล่งท่องเที่ยว ที่เน้นการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
Who: ผู้ประกอบการขนส่งที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
How: สร้างทางเลือกให้แก่รูปแบบและวิธีการเดินทาง เน้นการประหยัดพลังงาน เลือกใช้พลังงานทดแทน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ขอบคุณบทความ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2552

ท่องเที่ยวทำโลกร้อน?

"ลองคิดดูสิว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณและคนที่คุณรัก"
การท่องเที่ยว...กิจกรรมเติมความสุขสดชื่นให้ชีวิตจิตใจ แต่รู้หรือไม่ว่า หลังจากเดินทางท่องเที่ยว เราไม่ได้ทิ้งไว้เพียงแค่รอยเท้า แต่กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำร้ายโลกให้ร้อนยิ่งขึ้น เมื่อสถานการณ์โลกดำเนินมาถึงจุดวิกฤต ทุกชีวิตบนโลกพบกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง แล้วการท่องเที่ยวของไทยจะเป็นอย่างไร...เมื่อโลกร้อนขึ้น

"ท่องเที่ยวทำโลกร้อน"
ถึงเวลาหรือยังที่เราต้องยอมรับว่า การท่องเที่ยวก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมลพิษ องค์การท่องเที่ยวโลก (UNWTO) ระบุว่า การท่องเที่ยวมีส่วนปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ออกสู่บรรยากาศ คิดเป็นร้อยละ 5 ของทั้งหมด

การขนส่ง : การขนส่งเพื่อการท่องเที่ยวทั้งทางบก ทางเรือ โดยเฉพาะทางอากาศ คือ "ตัวการสำคัญ" ในการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ปริมาณมากสู่ชั้นบรรยากาศ ในปี 2548 ปริมาณ CO2 ที่การขนส่งเพื่อการท่องเที่ยวปล่อยออกมาเท่ากับ 985 ล้านตัน
การบริการ : โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร สถานบริการ รูปแบบการบริการท่องเที่ยว มีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้นได้ โดยการใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือย สร้างขยะจากการท่องเที่ยว ไม่คำนึงถึงวิธีในการย่อยสลาย แค่เพียงบริการที่พักก็สร้าง CO2 ถึง 274 ล้านตันภายในปีเดียว
กิจกรรม : แม้ว่ากิจกรรมท่องเที่ยวยังสร้างผลกระทบไม่มากเท่าส่วนอื่น แต่หากคิดแค่ว่าการท่องเที่ยวคือกำไรชีวิตที่ไม่ต้องรับผิดชอบ ท่องเที่ยวแบบไม่ใส่ใจ ละเลยผลกระทบที่ตามมาภายหลัง ทิ้งบาดแผลจากความสุขของตนไว้เป็นภาระของแหล่งท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้คือ การทำลายโลกทางอ้อม

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2552

โครงการ Introducing Green Maehongson to the World





เจ้าของโครงการ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)
หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันองค์กรภาครัฐและเอกชนส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญต่อภาวะโลกร้อนอย่างกว้างขวาง เนื่องจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ Climate Change เป็นวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบไปยังทุกภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่จะต้องพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติในการประกอบกิจกรรมในแหล่งท่องเที่ยว สำหรับประเทศไทยผลกระทบที่เกิดขึ้น ได้แก่ ความแปรปรวนของฤดูกาล อุณหภูมิอากาศสูงขึ้น เกิดภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภัยแล้ง ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงบ่อยครั้งขึ้นและยาวนานขึ้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมหาศาล

ในขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวและกิจกรรมทางการท่องเที่ยว มีส่วนในการทำลายความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น ที่พัก ร้านอาหาร ขนส่ง บริการ ชุมชนที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมทางการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ดำน้ำ ปีนหน้าผา เดินป่า เป็นต้น มีการต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งบางครั้งมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากเกินกว่าความสามารถในการรองรับ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องต่างละเลยการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว ทำให้แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมลงเป็นจำนวนมาก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ในฐานะที่เป็นหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่หลักในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ตระหนักถึงความจำเป็นและเห็นความสำคัญของการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวรวมทั้งให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการรับรู้เกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ จึงได้ตั้งโครงการ "ปฏิญญา รักษาสิ่งแวดล้อม" หรือเที่ยวไทยต้านภัยโลกร้อน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยวที่มีส่วนในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้ประกอบการและบุคลากรที่ปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ได้เลือกเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอเมือง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่นำร่อง ซึ่งทั้งสองแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว จึงมีการเติบโตของธุรกิจทางการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น ททท. จึงเสนอโครงการ Introducing Green Maehongson to the World เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็น Green Maehongson ต่อไป

วัตถุประสงค์

1.เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ปรับทัศนคติและพฤติกรรมให้กับประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่
2.สร้างแนวทางในการปฏิบัติเพื่อรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกันของทุกภาคส่วน
3.สร้างภาพลักษณ์ของสินค้าทางการท่องเที่ยวและนำเสนอขายสำหรับกลุ่มผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
กำหนดการจัดสัมมนา
27 มกราคม 2552 เวลา 09.30 - 15.00 น. อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

สถานที่จัดสัมมนา
โรงแรม Imperial Tara อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

กลุ่มเป้าหมาย
ผู้บริหารของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในแม่ฮ่องสอน อาทิ ธุรกิจที่พัก บริษัทนำเที่ยว ธุรกิจการท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ดำน้ำ รถเช่า เดินป่า เป็นต้น ชุมชนเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และสถาบันการศึกษา จำนวน 150 คน

รูปแบบการสัมนา
1.การบรรยาย การเสวนา และถาม-ตอบ
2.การแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นและนำเสนอ

หัวข้อการสัมนา
ภาคเช้า

1."ความเป็นมา และความสำคัญของโครงการปฏิญญารักษาสิ่งแวดล้อมและแนวคิด 7 Greens"

"จากการดำเนินโครงการการปฏิญญารักษาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นำร่อง 3 แห่ง โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่นำร่องเริ่มต้นที่จะทำให้เป็นไปตามหลักการของโครงการเพื่อให้แม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งท่องเที่ยวสีเขียว พันธมิตรอันประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น จึงต้องได้รับทราบและมีความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับโครงการเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและการลดปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งทาง ททท. ได้รวบรวมเกณฑ์มาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศมาใช้ในการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวที่นำไปสู่การท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกรอบการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและบังเกิดผลสัมฤทธิ์" โดย นางศศิอาภา สุคนธรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
2."การจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน"

เสวนา โดยผู้แทนของผู้ประกอบธุรกิจด้านโรงแรม บริษัทนำเที่ยว นักท่องเที่ยว ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผศ.สุรเชษฎ์ เชษฐมาส เป็นผู้ดำเนินการเสวนาและสรุปประเด็น

นำเสนอมุมมองของผู้เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ๋องสอน / ปาย ถึงความเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ปัญหาที่เกิดขึ้น และแนวทางที่จะร่วมกันฟื้นฟูแม่ฮ่องสอนให้เป็นสีเขียว

"ในปัจจุบันแม่ฮ่องสอน ได้รับการพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ประสบปัญหาหลายประการ ในขณะที่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนกำลังเร่งหาแนวทางและความร่วมมือในการรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อ ผลักดันให้แม่ฮ่องสอนเป็น Green Maehongson ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแม้แต่ตัวนักท่องเที่ยวเอง"

ภาคบ่าย
1.แบ่งผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวด้านต่างๆ เพื่อระดมความคิดเห็นหาแนวทางในการปฏิบัติตนเพื่อเป็น Green Maehongson ร่วมกัน (ใช้แนวทางของ 7 Greens เป็นฐานในการพิจารณา)
2.สรุปประเด็นสำคัญของการมีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็นของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวด้านต่างๆ และความเป็นไปได้ที่จะนำแนวคิด 7 Greens ไปปฏิบัติใช้ในพื้นที่แม่ฮ่องสอน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
Output
1.มีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐ เอกชน ชุมชนท้องถิ่น และ สถาบันการศึกษา ประมาณ 150 คน
2.ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับทราบความเป็นมาและความสำคัญของโครงการปฏิญญารักษาสิ่งแวดล้อม แนวปฏิบัติของ 7 Greens และหลักการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งจะทำให้แม่ฮ่องสอนเป็นแหล่งท่องเที่ยวสีเขียว (Green Maehongson)
3.ผู้เข้าร่วมโครงการมีแนวทางในการปฏิบัติงานและดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสังคมและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อให้แม่ฮ่องสอนเป็นแหล่งท่องเที่ยวสีเขียว (Green Maehongson)

Outcome
1.ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและผู้ที่เกี่ยวข้องมีแนวทางในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดการท่องเที่ยวในแม่ฮ่องสอนอย่างยั่งยืนที่ชัดเจน อันจะนำไปสู่แผนการปฏิบัติงานเพื่อการเป็น Green Maehongson
2.เกิดความเข้าใจตรงกันและสามารถสร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนในการดำเนินการด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นผลมาจากการระดมความคิดเห็นของทุกภาคส่วนในแม่ฮ่องสอน